- ข่าวบันเทิงและดารา

แจ้งข้อหา’สาวขับเก๋งลากหมา’ ทารุณสัตว์-เจ้าตัวปฏิเสธ

จากกรณีมีการแชร์คลิปสลดใจในโลกออนไลน์ รถเก๋งขับใช้เชือกลากสุนัขไปกับพื้นถนนระยะทางเกือบ 10 กิโลเมตร และเมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าเจ้าของรถคันที่ก่อเหตุอาศัยอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 2 ต.พะแสง อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี จึงได้เรียกตัวมาสอบสวน โดยคนขับรถเป็นหญิงอ้างว่า เป็นเจ้าของสุนัขตัวดังกล่าวแต่ว่ามันตายแล้วจึงจะนำไปฝัง แต่เอาไว้ในรถไม่ได้เพราะมีลูกเล็กจึงผูกไว้กับรถ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 8 พ.ย. น.สพ.เกียรติศักดิ์ หัวหมื่น นายสัตวแพทย์ชำนาญการ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมปศุสัตว์อำเภอบ้านตาขุน ได้เดินทางมาที่ สภ.บ้านตาขุน เพื่อพบ ร.ต.อ.ธีรพงศ์ ศรีสมัย รอง สว.(สอบสวน) เจ้าของคดี ประสานติดตามข้อเท็จจริง และนำซากสุนัขตัวดังกล่าวส่งไปยังศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคใต้ตอนบน เพื่อพิสูจน์หาสาเหตุและระยะเวลาการตาย

ด้าน ร.ต.อ.ธีรพงศ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบสอบสวนพยานทราบว่า ขณะที่คนขับรถลากสุนัขตัวดังกล่าวไปนั้น สุนัขตัวดังกล่าวน่าจะยังไม่ตาย จึงได้รับคำร้องทุกข์ไว้ทำการสอบสวน และต่อมานางน้ำฝน สุขอุ่น อายุ 37 ปี และสามี ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “กระทำการอันเป็นการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันควร” โดยหลังสอบสวนปากคำนางน้ำฝนอีกครั้งนานกว่า 1 ชั่วโมง ได้ให้การว่า ขณะที่ตนเองเดินมาที่รถเก๋งนั้น ได้สังเกตเห็นสุนัขตัวดังกล่าวนอนแน่นิ่งอยู่บริเวณล้อรถหลังด้านขวาแต่ก็ไม่ได้สังเกตว่าสุนัขตัวดังกล่าวได้ผูกติดไว้กับท้ายรถ จึงได้ขับรถออกไปรับลูกที่โรงเรียน และเมื่อมาถึงโรงเรียนจึงทราบว่าสุนัขของตนเองได้ถูกผูกติดมากับท้ายรถด้วยและได้ตายแล้ว จากนั้นจึงนำสุนัขตัวดังกล่าวกลับไปฝังที่บริเวณข้างบ้านพัก ส่วนที่ให้การว่า สุนัขตายก่อนแล้วจะนำไปฝังนั้น เนื่องจากอยู่ในสภาวะตกใจ ไม่คิดว่าจะเป็นข่าวใหญ่โต ซึ่งสุนัขตัวดังกล่าวก็เลี้ยงไว้ เจ็บป่วยไม่สบายก็ดูแลไม่ให้ตากแดดฝน และขอปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ทั้งนี้พนักงานสอบสวนจะได้รวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมจำลองเหตุการณ์ และรอผลพิสูจน์ซากสุนัขสรุปลงในสำนวน ก่อนส่งอัยการพิจารณาสั่งฟ้องต่อไป

จับพิรุธสาวขับเก๋งลากหมาตาย ตร.อายัดซากตรวจพิสูจน์
ตามเจอแล้วเก๋งอำมหิตลากหมา อ้างแค่ผูกซากตูบไปฝัง
ร้องตร.เร่งตามหาเก๋งอำมหิต เชือกลากตูบดับดิ้นคาถนน

ที่มา: https://www.dailynews.co.th/regional/676043