- ข่าวต่างประเทศ

นิคมยางพาราเริ่มเนื้อหอมต่างชาติขยับลงทุน

น.ส.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมยางพารา หรือรับเบอร์ซิตี้ ในนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ จ.สงขลา บนพื้นที่ 1,248 ไร่ว่า ได้พัฒนาพื้นที่นิคมฯและระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานทั้งหมดแล้ว ล่าสุดมีนักลงทุน 3 ราย จากมาเลเซีย จีน ญี่ปุ่น กลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ถุงมือยาง เพื่อการแพทย์ อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมผลิตเฟอร์นิเจอร์จากไม้ยางพารา สนใจเข้ามาใช้พื้นที่เป็นฐานการผลิตและส่งออก รวมพื้นที่ประมาณ 180 ไร่ เชื่อว่า นิคมฯแห่งนี้ หากใช้พื้นที่เต็มแล้ว จะช่วยเพิ่มความต้องการใช้ยางพาราเพิ่มขึ้นประมาณ 200,000 ตันต่อปี และยกระดับราคายางพาราสูงขึ้น

“กนอ.ตั้งเป้าหมายโรงงานที่จะเข้ามาลงทุนภายในนิคมฯยางพารา ทั้งสิ้น 70 โรงงานภายใน 5 ปีหรือในปี 64 รวมมูลค่าเม็ดเงินประมาณ 8,000 ล้านบาท เกิดการจ้างแรงงาน 7,000 คน เชื่อว่า จะเป็นส่วนส่งเสริมสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดสงขลา รวมทั้งเศรษฐกิจของภาคใต้ให้เกิดการขยายตัวดีขึ้นได้ในอนาคต”

อย่างไรก็ตามจากปัจจุบันมีนักลงทุนจากประเทศไต้หวัน ไทย มาเลเซียเข้ามาทำสัญญาซื้อขายที่ดินแล้ว 5 ราย รวมพื้นที่ประมาณ 62 ไร่ และได้เริ่มพัฒนาพื้นที่แล้ว คาดว่า จะก่อสร้างโรงงานและเดินเครื่องการผลิตได้ประมาณมิ.ย. 62 นิ

ทั้งนี้นิคมฯ รับเบอร์ซิตี้ มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็นพื้นที่พรีเมี่ยมโซน เน้นรองรับอุตสาหกรรมทั่วไปหรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมยางพาราโดยเป็นอุตสาหกรรมยางพาราสะอาดที่ไม่มีมลพิษ และพื้นที่เพื่อรองรับอุตสาหกรรมยางพาราขั้นกลางและขั้นปลาย ถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญที่นักลงทุนอุตสาหกรรมคลัสเตอร์ยางพารา และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ให้ความสนใจทยอยเข้าดูพื้นที่จริงหลังจากที่มีความชัดเจนในเรื่องของพื้นที่ที่มีการพัฒนาแล้วเสร็จเป็นรูปธรรมและ อยู่ระหว่างการตัดสินใจอีกจำนวนหนึ่ง

สำหรับนิคมฯ รับเบอร์ซิตี้ ยังถือเป็นทางเลือกใหม่ที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน เนื่องจากนิคมฯดังกล่าว ตั้งอยู่ในจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าขนาดใหญ่และการศึกษาสำคัญของภาคใต้ เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญทางเศรษฐกิจ พร้อมด้วยโครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคมขนส่งที่มีประสิทธิภาพ เชื่อมโยงการขนส่งทั้งภายในและต่างประเทศที่ครบวงจร สะดวกและรวดเร็ว โดยนิคมฯมีจุดเด่นเรื่องของทำเลที่ตั้งที่ติดกับท่าเรือน้ำลึกสงขลาเพียงแค่ 47 กิโลเมตร สนามบิน 16 กิโลเมตร และห่างจากสถานีรถไฟหาดใหญ่ 13 กิโลเมตร ทั้งยังเป็นศูนย์กลางแหล่งผลิตยางพารา และตลาดการค้ายางที่สำคัญของประเทศ

ที่มา: https://www.dailynews.co.th/economic/710188