- ข่าวทั่วไป

ชวนเลิกเหล้าเข้าพรรษา ฟื้นตับ ชี้ งด 3 เดือนประหยัดกว่าหมื่นล้าน

สสส.-สคล. ชวนคนไทยงดเหล้าเข้าพรรษา ปี 2562 ภายใต้แคมเปญ “ตับจะกลับมาดี พรรษานี้เริ่มงดเหล้า” ชี้รณรงค์ต่อเนื่อง 16 ปี แนวโน้มคนไทยดื่มลดลง ซื้อเหล้าดื่มลดลง เฉพาะเข้าพรรษา 3 เดือนประหยัดค่าซื้อเหล้าได้กว่าหมื่นล้านบาท ปีนี้ชูกลยุทธ์ คนหัวใจเพชร สร้างคนหัวใจหิน สร้างแกนนำเลิกเหล้าทั่วประเทศ 

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2562 ที่หอประชุมชั้น 3 อาคารมหาเจษฎาบดินทร์ วัดยานนาวา กรุงเทพฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และวัดยานนาวา ร่วมกันจัดงานแถลงข่าวงดเหล้าเข้าพรรษา ปี 2562 “ตับจะกลับมาดี พรรษานี้เริ่มงดเหล้า”โดยพระพรหมวชิรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดยานนาวา ได้ให้คติธรรมเรื่องบาป 5 อย่าง เพื่อเป็นกำลังใจแก่ผู้งดเหล้าครบพรรษาความว่า บาป 5 อย่าง

ได้แก่ 1.การเบียดเบียนฆ่าคนและสัตว์ 2.การลักทรัพย์ 3.การละเมิดในกาม 4.การพูดจาโกหกและหยาบคาย และ5.การดื่มสุราเมรัย ซึ่งบาป 5 อย่างนี้ถ้าใครหลงผิดจะให้ทำตนเองและคนในครอบครัวเกิดความเสียหาย โดยเฉพาะการดื่มสุรา จะทำให้สูญเสียทุกอย่าง ดังนั้นในเทศกาลเข้าพรรษาจึงอยากเชิญชวนให้ญาติโยมงดดื่มเหล้าให้ครบ 3 เดือน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และผลบุญนี้จะช่วยให้มีสุขภาพดีและมีชีวิตที่ยืนยาว

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า จากการสำรวจสถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในช่วงปี 2544 – 2560 พบคนไทยมีแนวโน้มการดื่มลดลงจากร้อยละ 32.7 ในปี 2544 เหลือ ร้อยละ 28.4 ในปี 2560 คือมีคนไทย 15.9 ล้านคนที่ยังดื่มอยู่ และจากข้อมูลการสำรวจภาวะสุขภาพอนามัยของประชาชนไทยโดยวิธีการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 5 ปี 2557

มีผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ในระดับอันตรายลดลงเหลือร้อยละ 3.4 ลดจากปี 2547 ที่อยู่ที่ ร้อยละ 9.1 ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นว่า ตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมา แนวโน้มการดื่มของคนไทยโดยรวมลดลง สอดคล้องกับข้อมูลค่าใช้จ่ายในการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของคนไทย โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ลดลงเหลือ 142,230 ล้านบาท ในปี 2560 จาก 151,607 ล้านบาท ในปี 2548

ดร.สุปรีดา กล่าวต่อว่า สสส. และสคล. ริเริ่มโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาตั้งแต่ปี 2546 และทำต่อเนื่องปีนี้เป็นปีที่ 16 การดำเนินงานที่ผ่านถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี มีประชาชนเข้าร่วมงดเหล้าเข้าพรรษาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และจากการประเมินโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาในปี 2561 โดยศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ (SAB) พบว่าร้อยละ 30.4 สามารถงดได้ตลอดเทศกาลเข้าพรรษาและจะงดต่อไปจนออกพรรษา หรือประมาณ 6.9 ล้านคน

จากผลการสำรวจค่าใช้จ่ายในการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พบว่ามีค่าใช้จ่ายในการดื่มโดยเฉลี่ยต่อครั้งอยู่ที่ 325 บาท หากผู้ดื่มสามารถงดเหล้าได้ตลอด 3 เดือน จะประหยัดค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือนเฉลี่ยรายละ 1,820 บาท โดยประมาณการจำนวนเงินรวมที่ประเทศจะประหยัดได้มีมูลค่าถึง 10,724 ล้านบาท

นอกจากนี้จากการประเมินผลจากการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาต่อการลดการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากทุกสาเหตุและการบาดเจ็บและเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ พบว่า ในเดือนที่มีการรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากทุกสาเหตุลงร้อยละ 9 และการเสียชีวิตจากแอลกอฮอล์ลดลง ร้อยละ 25 และยังส่งผลให้การดื่มลดลง ร้อยละ 10 อีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม

ที่มา: //www.khaosod.co.th